12 Tails online > General Discussion

[สาระน่ารู้ !!] เลือดกำเดาไหล + สะอึก เกิดขึ้นยังไง? แก้ยังไง? มาดูกัน ~

<< < (2/2)

BlackZentinel:

--- อ้างจาก: OoTenebrEoO ที่ 26/07/12 19:22 น. ---ขอบคุณครับผม

ถอนหายใจ
หายใจเข้า 1 ที หายใจออก 2 ที

ยังงี้แปลว่าวิธี ดื่มน้ำมากๆ กับ กลั้นหายใจ ใช้ได้สินะ

--- End quote ---

ใช้ได้แจร้ ' w'

Zodiac01:
แต่ส่วนมากผมค่อนข้างจะเสียเลือดให้กับมู้นี้=.,=

http://forum.herorangers.com/index.php?topic=3258.0




BLEEDING LOVEEEEEEEEEEE (shotacon)

staron:
คงจะหลอนมา เมื่อมีเลอดออกมาเยอะๆ ทางจมูก พร้อมกับสะอึก เพราะมันจะทำให้เลือดกระฉูด ==" พูดแล้วเสียว

ApaeJJ:

--- อ้างจาก: BlackZentinel ที่ 26/07/12 18:50 น. ---เลือดกำเดาไหลลลลลล !!!!
หลายๆคนคงเคยเลือดกำเดาไหล อาจเป็นเพราะ เจอสาวๆ;Dซี่ เดินผ่านน้า หว่าวววววววว  :o :o หรือ อากาศร้อนจัดจนมันไหลออกมา หรือ โดนเพื่อนเตะบอลอัดหน้า -_- ล้วนแล้วแต่ก็ทำให้เลือดกำเดาไหลทั้งสิ้น = w= เรามาดูกันว่า สาเหตุที่แท้จริงเกิดจากอะไร และ แก้ไขยังไง ~

 สาเหตุที่เลือดกำเดาไหล

- เส้นเลือดฝอยเล็กๆ อาจเกิดการฉีกขาดทำให้เกิดอาการเลือดกำเดาไหลได้
- เกิดการกระทบกระเทือน เช่น วิ่งชน หกล้ม การช้ำหรือการแคะแกะจมูกในเด็กเล็กๆ
- ร่างกายขาดวิตามินซี ก็อาจทำให้เลือดกำเดาออกง่ายได้
- อาการป่วยจากระบบทางเดินหายใจ เช่น โรคหวัด ทางเดินหายใจอักเสบ ไซนัสอักเสบ ที่ต้องรักษาตามอาการ
- ถ้าเลือดกำเดาไหล พร้อมกับมีอาการเลือดออกใต้ผิวหนังเป็นจ้ำๆ ตามตัว ควรพาไปพบแพทย์ เพราะอาจเป็นโรคเลือด เช่น ลูคีเมีย

วิธีแก้ไขและป้องกัน

- โดยทั่วไปเลือดกำเดาจะหยุดไหลได้เองภายในไม่เกิน 5 นาที หรือไม่กดบีบจมูก และหายใจทางปาก วิธีคือ นั้งหลังตรง โน้มศีรษะมาข้างหน้าเล็กน้อย เพื่อป้องกันไม่เลือดไหลลงคอ ขั้นแรกให้สั่งน้ำมูกเบาๆ เพื่อไล่ลิ่มเลือดที่อาจไปขัดขวางการสมานรอยแตกของหลอดเลือด จากนั้นใช้นิ้วบีบเบาๆ ตรงส่วที่อ่อนกว่าของจมูกแล้วกดเข้าหาใบหน้า อยู่ท่านี้อย่างน้อย 10 นาที ถ้าเลือดยังหยุดไหล ให้กดต่อไปอีก 10 นาที วิธีนี้มักได้ผลเร็วและเป็นวิธีที่ง่ายที่สุด

- ถ้าเลือดกำเดาไหลกับเด็กเล็ก เราก็สามารถบรรเทาอาการได้โดย ใช้กระดาษชำระม้วนเป็นแท่งเล็กๆ อุดในรูจมูก ให้นั่งตัวตรงศีรษะอยู่สูงกว่าระดับหัวใจ และหายใจทางปาก หาผ้าห่อน้ำแข็งประคบบริเวณจมูก เพื่อทำให้เลือดแข็งตัว หยุดไหลเร็วขึ้น และส่วนหนึ่งช่วยลดอุณหภูมิร้อนในร่างกาย

- หลีกเลี่ยงการพาเด็กเล็กไปวิ่งเล่นกลางแจ้งนานๆ เมื่ออากาศร้อนจัด เพราะอากาศร้อนจะทำให้เลือดกำเดาไหล

- ห้ามแคะจมูกหรือหลีกเลี่ยงการกระทบกระเทือน

- ห้ามเงยหน้าขึ้น (เหมือนที่หลายๆคนเข้าใจผิด) ให้บีบจมูกไว้ แล้วก้มหน้าลง ~ (อันนี้เติมเอง ความรู้เก่าตั้งแต่ป.4 = w= )


--- End quote ---

ขอเพิ่มเติมเนื้อหา เลือดกำเดาออก (Epistaxis) ในทางการแพทย์เล็กน้อยนะคะ

เลือดดำเดาออก เป็นอาการที่พบได้บ่อยมาก กว่า 99% เกิดจากสาเหตุที่ไม่อันตราย อย่างที่ จขกท ได้กล่าวไป เพราะเนื่องจาก ตำแหน่งหลอดเลือดฝอยบริเวณผนังกั้นจมูกด้านหน้า (Anteroir nasal septum) ซึ่งเป็นตำแห่งที่มีหลอดเลือดแดงกว่า 3-4 เส้น มาเปิดรวมกันที่นี่ + กับ ผนังเยื่อบุโพรงจมูกบริเวณนี้ตื้นมาก ทำให้หลอดเลือดฝอยอยู่ผิวมาก



และด้วยความที่มันอยู่ตื้นนี่แหละ ความชื้นจึงเป็นสิ่งสำคัญ ดังนั้นในเวลาที่อากาศเย็นๆ จมูกแห้งๆ หลอดเลือดฝอยจะอยู่ตื้นมากและเสี่ยงต่อการปริแตก เวลาขยี้จมูก หรือได้รับการกระแทก   

ประเด็นที่สำคัญกว่านั้นคือ 1% ที่เหลือ  เลือดกำเดาออก อาจจะเป็นอาการหรือสัญญาณอย่างหนึ่งของโรคทางระบบในร่างกาย  โดยเฉพาะกลุ่มโรคเลือดออกง่าย (Bleeding tendency) ยิ่งสงสัยมากในรายที่มีจ้ำเลือด (petechiae) หรือเลือดออกบริเวณอื่นร่วมด้วย เนื่องจากล้วนเป็นอาการของการแข็งตัวของเลือดผิดปกติ ซึ่งโรคนั้นมีมากมาย และโรคที่พบได้บ่อย ไม่ใช่ลูคีเมีย ดังนั้นอยากจะขอยกตัวอย่างซักเล็กน้อยค่ะ 

ก่อนอื่นอยากจะกล่าวถึงกลไกการแข็งตัวของเลือดคร่าวๆก่อน เวลามีเลือดออก จะเกิดสองกระบวนการได้แก่

1. การสร้างลิ่มเลือดอุดรอยแผล (primary hemostasis) ซึ่งใช้การทำงานของเกร็ดเลือด , ผนังหลอดเลือด , โปรตีนเชื่อมเกร็ดเลือด (Fibrinogen , Von Willebrand factor)  ต้องมีครบทั้ง 3 องค์ประกอบ ถึงจะสร้างลิ่มเลือดได้ แต่ลิ่มเลือดที่สร้างยังเปราะบาง ต้องอาศัยกระบวนการที่สอง

2. การเพิ่มความแข็งแรงของลิ่มเลือด (Secondary hemostasis) ในส่วนนี้ต้องใช้หน่วยให้การแข็งตัวของเลือดทั้ง 13 ชนิด (Coagulation factor I - XIII) ที่สร้างจากตับ   

ดังนั้นถ้ามีอาการเลือดออกง่าย หรือเลือดออกแล้วหยุดยาก จึงสามารถเกิดได้จากสองสาเหตุข้้างบนนี้ แต่โดยทั่วไป ในกรณีที่มาด้วยเลือดกำเดาออก มักจะมีปัญหาที่ข้อ 1 มากกว่า (ในกรณีข้อ 2 จะไม่กล่าวถึง อาการจะไม่ค่อยมาด้วยเรื่องเลือดกำเดาออก จะมาด้วยเลือดออกในข้อ เลือดออกในระบบอวัยวะภายในมากกว่า ซึ่งรุนแรงกว่า เช่น โรค Hemophilia) 

ดังนั้น หากเลือดกำเดาออกที่ว่า ไม่ใช่แค่เรื่องจมูกแห้ง หรืออุบัติเหตุ ก็จะเป็นโรคกลุ่มที่ทำให้ข้อ 1 ผิดปกติค่ะ อย่างที่ได้บอกไป การจะเกิดลิ่มเลือดอุดแผล มันต้องมีทั้งสามองค์ประกอบ ดังนั้น โรคที่เกิดขึ้นก็จะเป็นความผิดปกติขององค์ประกอบเหล่านั้นค่ะ

1. เกร็ดเลือดผิดปกติ  มีได้สองลักษณะค่ะ 

a. เกร็ดเลือดต่ำ : สาเหตุมีมากมาย แต่สาเหตุที่พบได้บ่อย และพบมากในเด็กวัยน้องๆในบอร์ดนี้เลยก็คือ ไข้เลือดออกค่ะ ไข้เลือดออก เจ้าตัวไวรัส dengue นี่แหละ ตัวการสำคัญในการวิ่งไปทำลายเกร็ดเลือด ทำให้บางครั้งการที่มี "ไข้สูงลอยหลายวัน + เลือดกำเดาออก"  อาจจะต้องส่งสัยไข้เลือดออกเป็นอันดับแรก เพราะถึงตาย

สาเหตุอื่นๆของเกร็ดเลือดต่ำมีอีกมาก แต่พบได้น้อย และชื่อโรคฝร๊างฝรั่ง จึงไม่ขอกล่าว จะขอกล่าวอีกโรคนึงแล้วกันที่ จขกท พูดถึง นั่นคือ Leukemia หรือมะเร็งเม็ดเลือดขาว ซึ่ง โรคนี้ไม่เพียงแค่เกร็ดเลือดต่ำ แต่ทั้งเม็ดเลือดแดง และเม็ดเลือดขาว(ที่ปกติ) ก็ต่ำหมดเลย ดังนั้นนอกจากจะมาด้วยอาการเลือดออกแล้ว ที่สำคํญคือ ตัวซีด ติดเชื้อได้บ่อยนั่นเอง 

b. เกร็ดเลือดจำนวนปกติ แต่ทำงานไม่ได้  มักเจอในกรณีที่ใช้ยานั่นแหละ ยาที่น้องๆคุ้นเคยและอาจจะรู้จักมากที่สุดเลยคือ Aspirin ยาแก้ปวดนี่แหละ ใน dose สูงๆ ยับยั้งการทำงานเกร็ดเลือดได้สบายๆ  อันตราย

2. หลอดเลือดผิดปกติ : กลุ่มนี้แทบเรียกได้ว่า พบบ่อยกว่าไข้เลือดออกก็ได้  โรคที่เด็กๆคุ้นเคยกันมากที่สุดเลยก็คือ โรครักกะปิดรักกะเปิดนั่นเอง (Scurvy)  อย่างที่ จขกท ได้กล่าวไป โรคนี้ก็เ้กิดจากการขาด vitamin C นั่นแหละ  เพราะ Vitamin C มีหน้าที่ควบคุม ปฏิกิริยาเติมหมู่ hydroxy ของกรดอะมิโน Proline ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการสร้าง Collagen type IV ที่ผนังหลอดเลือด เมื่อขาดปุ๊ป หลอดเลือดก็ถูกทำลายได้ง่าย เลือดออกตามไรฟัน เลือดกำเดาออกง่าย

c. ขาดโปรตีนเชื่อมเกร็ดเลือด ไม่ขอกล่าวในที่่นี้ เพระายากเกินไป


ส่วนวิธีแก้ ขอเน้นย้ำอีกทีนึงค่ะ สำหรับเลือดกำเดาออก ถ้าเลือดกำเดาออก ให้ก้มลงนะคะ อย่าเงยหน้าขึ้นแบบที่เข้าใจกัน 

การเงยหน้าขึ้น เข้าใจว่าคนสมัยก่อน ไม่อยากให้เลือดไหลออกมานอกร่างกาย เลยเงยให้มันย้อนกลับเข้าไป จริงๆแล้วอาจจะเกิดผลเสียมากกว่า ถ้าเลือดกำเดาออกมาก เพราะเลือดอาจจะไหลลงไปในคอ บางครั้งสำลักเข้าหลอดเลือด โดยเฉพาะพวกเลือดกำเดาออกเป็นครึ่งลิตรน่ะ เงยหน้าเข้าปอดหมดค่ะ 

ดังนั้น บีบจมูก (เพื่อกด Keisellbach plexus หรือกลุ่มหลอดเลือดฝอยบริเวณผนังจมูกด้านหน้าที่ได้กล่าวไปข้างต้น)  + ก้มหน้าลง ให้มันไหลออกมาเหอะค่ะ เดี๋ยวมันก็๋หยุด

หวังว่าจะเป็นประโยชน์นะคะ

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[*] หน้าที่แล้ว

Go to full version